รูปแบบการติดตั้ง
ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS)

แบบตู้ภายนอกอาคารขนาดเล็ก (Outdoor Cabinet)

ลักษณะ : เป็นตู้เหล็กหรืออลูมิเนียมแยกเป็นโมดูลขนาดเล็กลงมา ไม่ใหญ่เท่าตู้คอนเทนเนอร์

จุดเด่น : ใช้พื้นที่น้อย ติดตั้งแบบกระจายตัวตามจุดต่างๆ ได้ดี

การใช้งาน : เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารพาณิชย์ หรือสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station)

แบบติดตั้งภายในอาคาร (Indoor BESS)

ลักษณะ : ติดตั้งแร็กแบตเตอรี่ (Battery Racks) ไว้ในห้องที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะภายในตัวอาคาร

จุดเด่น : ควบคุมสภาพแวดล้อม (อุณหภูมิและความชื้น) ได้ง่าย ช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่

การใช้งาน : เหมาะสำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center) โรงพยาบาล หรืออาคารที่ไม่มีพื้นที่โล่งภายนอก

แบบติดตั้งในบ้านพักอาศัย (Residential BESS)

ลักษณะ : ตู้ขนาดเล็ก ดีไซน์สวยงาม มักติดตั้งแบบแขวนผนัง (Wall-mounted) หรือตั้งพื้น (Floor-standing)

จุดเด่น : ทำงานเงียบ ปลอดภัยสูง มักรวมอินเวอร์เตอร์ไว้ในตัว (All-in-One)

การใช้งาน : ใช้ร่วมกับโซลาร์รูฟท็อปตามบ้านเรือนเพื่อสำรองไฟไว้ใช้ตอนกลางคืน

รูปแบบการเชื่อมต่อ
ระบบไฟฟ้า

การเชื่อมต่อฝั่งกระแสตรง (DC-Coupled System)

ลักษณะ : แผงโซลาร์เซลล์และแบตเตอรี่จะเชื่อมต่อกันที่ฝั่งกระแสตรง (DC) ก่อน แล้วจึงวิ่งผ่านอินเวอร์เตอร์ตัวเดียวกันเพื่อแปลงเป็นกระแสสลับ (AC) เข้าสู่อาคาร

จุดเด่น : ประสิทธิภาพสูงเพราะลดขั้นตอนการแปลงไฟ (DC ไป AC) เสียพลังงานในระบบน้อยกว่า

การใช้งาน : เหมาะสำหรับโครงการใหม่ที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่ไปพร้อมกัน

การเชื่อมต่อฝั่งกระแสสลับ (AC-Coupled System)

ลักษณะ : แผงโซลาร์เซลล์มีอินเวอร์เตอร์ของตัวเองเพื่อแปลงเป็นไฟ AC และระบบแบตเตอรี่ก็มีอินเวอร์เตอร์ (PCS) แยกต่างหากเพื่อแปลงไฟ AC กลับมาเก็บหรือจ่ายออก

จุดเด่น: มีความยืดหยุ่นสูง ออกแบบระบบแยกกันได้อิสระ

การใช้งาน : เหมาะสำหรับการติดตั้งระบบแบตเตอรี่เพิ่มเข้าไปในระบบโซลาร์เซลล์เดิมที่มีอยู่แล้ว (Retrofit)